ทฤษฏี...
เป็นอีกภาคก่อนปฎิบัติ
เป็นได้ทั้งเนื้อหา
เป็นได้ทั้งคำพูด
อยู่ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นปฎิบัติต่อหรือไม่
...
รัก ใครก็พูดได้ว่ารัก
ปากเราพูดได้หมดแหล่ะ
รัก รัก รัก
ในเชิงปฎิบัติ
ว่างเปล่า
อย่างนี้เรียกว่ารักมั้ย
...
คิดถึง ใครก็พูดได้ว่าคิดถึง
แม้ในอารมณ์นั้นไม่เคยมีแม้แต่เศษเสี้ยวความคิดถึงเลย
แม้แต่จะนึกถึงก็ไม่มี
คิดถึง คิดถึง คิดถึง
ง่ายๆๆแค่ลมปากพ่นออกไป
ในเชิงปฎิบัติ
ว่างเปล่าไม่มีแต่ความรู้สึกที่จะพัดผ่านให้ได้สัมผัส
อย่างนี้เรียกว่าคิดถึงมั้ย
...
อยากเจอ ใครก็พูดได้ว่าอยากเจอ
แม้ในเวลานั้นเบื่อหน้ามากไม่อยากแม้แต่จะเห็น
อยากเจอ อยากเจอ อยากเจอ
ก่อเกิดเป็นคำพูดลมๆแล้งๆ
ในเชิงปฎิบัติ
ไม่มีแม้แต่เงาให้เห็น
อย่างนี้เรียกว่าอยากเจอมั้ย
...
ว่าง วันนี้ว่าง
แม้ในเวลานั้นจะยุ่งแค่ไหน
เป็นคำพูดที่กลั่นกรองมาแล้วจากใจ
ว่าง ว่าง ว่าง
ในเชิงปฎิบัติ
ไม่ว่างแต่จะหาเวลามาได้เสมอเพราะใจอยากว่าง
อย่างนี้เรียกว่าสมบูรณ์ทั้งทฤษฎีและปฎิบัติมั้ย
...
ไม่ว่าง วันนี้ไม่ว่าง
เวลานั้นอาจจะไม่ว่างจริงๆๆ
หรือ
ไม่มีอะไรทำแต่ก็อยากไม่ว่างใครจะทำไม
ในเชิงปฎิบัติ
ไม่ต้องพูดถึง
แม้แต่ทฤษฎียังไม่มีแม้แต่ช่วงเวลาให้แม้แต่เศษเสี้ยว
อย่างนี้เรียกว่าอะไร
...
ก็แค่ทฤษฎีปากเปล่า
ไม่มีเชิงปฎิบัติให้พิสูจน์อีกแล้ว
...
ก็แค่ส่วนหนึ่งในชีวิต
...
ที่มีค่าแค่เศษเสี้ยวนึงของชีวิต
...
เท่านั้น
...
พูดปากเปล่ายังไงก็พูดได้
...
คิดก็ทุกข์
ไม่คิดก็สุข
...
รู้นะ
...
แต่เลือกปฎิบัติไม่ได้
...
ทำไมความทุกข์มักแวะเวียนมาให้คิดบ่อยจัง
...
เฮ้อ!!!
...
หายใจไม่ออก
...